อยากเซียน แบล็คแจ็ค ไม่ยาก ใครๆก็เซียนได้

แบล็คแจ็ค ชื่อภาษาอังกฤษคือ Blakjack เป็นเกมไพ่ชนิดหนึ่งที่สนุกและได้รับความนิยามอย่างมากไปทั่วโลก ด้วยรูปแบบการเอาชนะที่ไม่เหมือนไพ่ชนิดไหนและการชิงไหวชิงพริบระหว่างผู้เล่นด้วยกันเอง ทำให้เป็นแบล็คแจ็ค ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก การเล่นก็ง่ายๆเพียงแค่รวมแต้มของไพ่ในมือให้ใกล้ 21 มากที่สุดเท่านั้น ก็จะเป็นผู้ชนะของเกมนี้ ผลบอลสด 7m

สำหรับการนับแต้มของ แบล็คแจ็ค ไพ่แต่ละใบก็จะมีแต้มเป็นของตัวเอง

  • A = 1 แต้มหรือ 11 แต้มก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกฎการเล่นก่อนเริ่ม อย่างเช่น ไพ่ในมือมี A กับ 8 ก็จะรวมกันได้ 9 หรือ 19 ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเรียกไพ่ใบที่ 3 หรือไม่ ถ้าไม่เรียกแต้มในมือจะเป็น 19 แต่ถ้าเรียก A จาก 1 ก็จะกลายเป็น 11 ทันที
  • ไพ่หมายเลข 2-9 แต้มของไพ่เหล่านี้จะเท่ากับเลขหน้าไพ่ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง
  • J Q K = 10 แต้มทั้งหมด ถ้าไพ่ในมือมี A หรือตัว 1 ตัวใดในนี้ก็จะเท่ากับ 21 หรืออีกว่า แบล็คแจ็ค นั่นเอง

แบล็คแจ็ค มีศัพท์เฉพาะทางราวๆ 6 ตัวดังนี้

  1. แบล็คแจ็ค คือการรวมไพ่ในมือได้ 21
  2. Hit การเรียกไพ่ใบที่ 3 ที่จะทำให้แต้มเท่ากับ 21 หรือใกล้เคียงกับ 21 มากที่สุด
  3. Stand คือการพอใจสำหรับไพ่ 2 ใบในมืออยู่แล้วไม่เรียกเพิ่ม
  4. Double Down สามารถเดิมพันเพิ่มได้ 100% ใช้ตอนไพ่ในมือมี 2 ใบก่อนเท่านั้น แล้วค่อยมาลุ้นกับใบที่ 3 ว่าจะออกมาหน้าไหน
  5. Split เป็นในกรณีที่เจ้ามือพูดว่าจะขอ Split ไหม การที่จะ Split ได้นั้นจำเป็นต้องมีไพ่ในมือเลขเดียวกัน เช่น 4 สองใบ พอเราขอ Split ก็จะแบ่งเลข 4 ออกจากกันเป็น 2 กองและเรียกไพ่อีกใบมาเพิ่มเติมในแต่ละกอง
  6. Surrender เราสามารถขอมอบได้เพื่อที่จะยอมเสียเงินแค่ครึ่งเดียวจากเงินเดิมพัน แต่ต้องใช้ในตอนที่มีไพ่ 2 ใบแรกเท่านั้น

วิธีเล่นแบล็คแจ็คฉบับเข้าใจง่าย

  1. ต้องมีผู้เล่น 2 คนขึ้นไป
  2. จ่ายไพ่รอบวงคนละ 2 ใบ โดยเจ้ามือจะหงายไพ่ในมือ 1 ใบส่วนอีกใบคว่ำไว้ ส่วนคนอื่นๆคว่ำไว้ทั้งหมด
  3. เมื่อดูไพ่ในมือแล้ว เราสามารถเรียกใบที่ 3 เพิ่มได้ เพื่อให้แต้มใกล้กับ 21 มากที่สุด แต่หากว่าผลรวมมากกว่า 21 จะแพ้ทันที
  4. เจ้ามือจะต้องเรียกไพ่ให้แต้มรวมกันไม่ต่ำกว่า 17 ทุกรอบ ซึ่งหากผู้เล่นมีแต้มไม่ถึง 17 ก็แพ้ทันที
  5. แต่ผู้เล่นที่มีแต้มอยู่ที่ 16 ก็สามารถรอที่จะชนะ เพื่อให้เจ้ามือเรียกไพ่ให้เกิน 21 ผู้เล่นก็จะชนะได้เช่นกัน